8 January 2010ดูหนังสามมิติ
ได้ไปดูหนังสามมิติเรื่องแรกในชีวิตเลย กับภาพยนตร์อนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ Avatar ของ เจมส์ คาเมรอน ผู้สร้างสถิติหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล “Tatanic” นั่นเอง แล้ว Avatar เรื่องนี้ ก็มีลุ้นด้วย เพราะขึ้นแท่นหนังทำเงินมาก ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
โรงภาพยนตร์สามมิติในไทย ที่รู้จักแรก ๆ เลยคือ IMAX แต่อยู่ไกลบ้านไปหน่อย แถมคนเยอะ และเห็นว่าที่นั่งแคบมาก แต่ตอนนี้ SF ที่เดอะมอล์ลท่าพระมีโรงสามมิติแล้ว น่าจะโรงเดียวในตอนนี้ ก็เลยได้มีโอกาส ใส่แว่นสามมิติดูหนังซะที
พูดถึงตัวแว่น ก็เป็นแว่นตาที่ไม่สามารถพับขาได้ ถ้าพับก็จะหักทันที เลนส์กระจกของแว่นก็จะออกใส ๆ (แต่ที่ได้มาทำไมมันขุ่นไม่รู้) สีน้ำเงิน แดง ถ้าดูดี ๆ จะเห็น แต่ไม่จ๋าเหมือนสมัยที่ตอนเด็ก ๆ เคยเล่น แว่นสามารถมิติกระดาษ พอหนังจบ ก็คืน (นึกว่าจะได้เอากลับบ้าน)
เวลาใส่แว่นดูหนัง ในตอนแรกจะแปลก ๆ ไม่ชิน ต้องดู Sub Title ด้วย ดูภาพไปด้วย ผลที่ได้คือ ปวดหัว แต่ภาพที่เห็นจะเป็นนูน ๆ มีมิติ เวลาถอดแว่นออก แล้วดู เส้นภาพบนจอ จะเบลอ ๆ ดูไม่รู้เรื่องแน่นอน ยิ่งปวดตาเข้าไปใหญ่ ต้องใส่แว่นดูเท่านั้น และเรื่อง Avatar นี้ การแสดงผลของสี จะเป็นสีแสด ๆ ยิ่งทำให้ลูกกะตาถูกใช้งานมากขึ้น แล้วพอกลางเรื่องขึ้นไป เนื้อเรื่องก็น่าติดตาม ละสายตาไม่ค่อยจะได้ แล้วน้ำตาก็ไหลเป็นทาง สรุป ถอดแว่นมานั่งเช็ดน้ำตาไปหลายรอบเหมือนกัน
ครั้งหน้าไปดูหนังสามมิติอีก คงต้องพกผ้าเช็ดหน้าไปคอยซับน้ำตาด้วยซะแล้ว
ตัวหนังก็สนุก น่าติดตามมาก แต่ในตอนแรกข้องใจคือ ทำไมชื่อภาษาไทยเป็น “อวตาร” คำว่า Avatar รู้จักที่แรก ๆ เลยคือ ภาพแทนตนเอง อาจจะเป็นในเว็บบอร์ด, บล๊อก แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้ว มันก็ใช่เลย ทั้ง Avatar และ อวตาร (อ้างอิง)
![]()
Tags: เกี่ยวกับหนัง



iAmbAsE
12 January 2010, 13:54
หนังมันซึ้งขนาดน้ำตาไหลเลยหรอวะ